เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับเด็ก ต้องดูอะไรบ้าง?

ขนาดวัยผู้ใหญ่อย่างเรา (อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้น งั้นอนุโลมเรียกว่าวัยรุ่นตอนกลาง ..และตอนปลายก็ได้!) ยังต้องการการปกป้องผิวจากแสงแดด ฉะนั้นเด็กเล็กที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งเนี่ยยิ่งต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ผิวบอบบางกว่าผิวผู้ใหญ่หลายเท่า ยิ่งถูกแดดทำร้ายสะสมจนมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังได้เมื่อโตขึ้น

แต่จู่ ๆ จะใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับผู้ใหญ่มาทาผิวเด็กเลย อาจจะทำให้ผิวเขาระคายเคืองหรือแพ้ได้ มาดูวิธีเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดสำหรับเด็กกันดีกว่า ว่าควรพิจารณาจากอะไรบ้าง

1. มองหาคำว่า Kids บนฉลาก

นอกจากการพิจารณาเลือกกันแดดที่มีค่า SPF (Sun Protection Factor) สูง ๆ ระดับ SPF 50+ และค่า PA ที่ระดับ PA++++ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนมาตรฐานของการเลือกกันแดดแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องมองหาเสมอคือคำว่า “Kids” บนฉลาก เพราะเป็นการระบุว่ากันแดดตัวนี้ได้รับการพัฒนามาสำหรับผิวเด็กโดยเฉพาะ

2. มองหาสูตรกันน้ำ ทนเหงื่อ

นอกจากแสงแดดแล้ว อีกหนึ่งคู่ปรับสำคัญของผลิตภัณฑ์กันแดดก็คือ “น้ำ” เพราะหากกันแดดไม่กันน้ำ ไม่ทนเหงื่อ แปลว่าถ้าเด็กทากันแดดแล้วไปเล่นน้ำ หรือเล่นสนุกจนเหงื่อออกมาก กันแดดที่ทาไว้ก็จะถูกชะล้างออกจากผิวหมดจนไม่เหลือประสิทธิภาพการกันแดดใด ๆ เลย แล้วแบบนี้จะทาไปทำไมกัน! ฉะนั้นต้องมองหาคำว่า “Water Resistant” ด้วย

และเพื่อประสิทธิภาพการป้องกันแดดสูงสุด ควรทากันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะหลังจากเล่นกิจกรรมทางน้ำ หรือทุกครั้งหลังการเช็ดตัว

3. เลิกเชื่อแบบเดิม ๆ ว่ากันแดดแบบ physical ดีที่สุด

กันแดดที่ใช้กันในโลกแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ กันแดดแบบ physical และกันแดดแบบ chemical ซึ่งหลายคนยังเชื่ออยู่ว่ากันแดดแบบ physical ปลอดภัยกับผิวเด็กมากกว่า เพียงเพราะอีกประเภทมีคำว่า “chemical” ซึ่งคำว่าเคมีฟังดูไม่น่าปลอดภัยเลย

  • กันแดดแบบ chemical ใช้สารกันแดดที่เมื่อทาแล้วจะรวมตัวกับส่วนประกอบของผิวชั้นนอกสุด เพื่อทำหน้าที่ดูดซับรังสียูวี กันแดดลักษณะนี้มีข้อดีคือเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ และมักจะเป็นสูตรที่กันน้ำและทนเหงื่อได้ดี แต่อย่าลืมว่าควรเลือกสูตร Kids เพื่อป้องกันอาการผิวระคายเคืองด้วย
  • กันแดดแบบ physical ใช้สารกันแดดที่ทาแล้วเคลือบบนผิว ทำหน้าที่สะท้อนรังสียูวีออกไปไม่ผ่านเข้าสู่ผิว ซึ่งมีข้อจำกัดคือเนื้อเข้มข้นมาก ทำให้รู้สึกเหนอะหนะ ไม่สบายผิว เด็กๆ อาจจะรู้สึกไม่สบายตัว นอกจากนี้ยังมีลักษณะทึบแสง ทำให้ผิวดูวอก อีกทั้งยังไม่ค่อยกันน้ำหรือทนเหงื่อได้ดีนัก ไม่เหมาะสำหรับเล่นกิจกรรมทางน้ำเป็นเวลานาน

รู้แบบนี้แล้ว อย่าเพิ่งตีตราว่ากันแดดแบบ chemical จะไม่เหมาะกับเด็กๆ นะ

4. เลือกสูตรที่อ่อนโยนต่อผิวเด็ก

กันแดดสำหรับเด็กควรได้รับการพัฒนามาเพื่อผิวที่บอบบางมากของเด็ก วิธีดูเบื้องต้นว่ากันแดดตัวไหนเหมาะกับผิวเด็กควรมีให้ครบทั้ง 4 ข้อนี้

  • ต้องปราศจากน้ำหอม เพราะน้ำหอมคือตัวการหลักที่ทำให้ผิวระคายเคือง
  • ต้องปราศจากสารกันเสียประเภท paraben
  • ต้องเป็นสูตร “Hypoallergenic” เพราะแปลว่ามีโอกาสเกิดการแพ้น้อย
  • ต้องเป็นสูตร “Dermatologically Tested” เพราะแปลว่า ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังว่าอ่อนโยน ปลอดภัย สำหรับผิวเด็กที่บอบบางแพ้ง่าย

5. ง่ายกว่านั้น เลือก Cetaphil Sun Kids SPF 50+ Liposomal Lotion

ใหม่! Cetaphil Sun Kids SPF 50+ Liposomal Lotion โลชั่นกันแดดประสิทธิภาพสูงจากเซตาฟิล พัฒนาและคิดค้นมาสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะ

  • ปกป้องผิวได้สูงสุดยาวนานทั้งจากรังสี UVA, UVB ด้วยสูตร SPF 50+ PA++++
  • สูตร Water Resistant กันน้ำ ทนเหงื่อ มั่นใจสำหรับทุกกิจกรรมของวัยซน
  • อ่อนโยนและปลอดภัยสำหรับผิวเด็ก เพราะเป็นกันแดดแบบ chemical เนื้อโลชั่นบางเบา ไม่เหนอะหนะผิว สูตร ไลโปโซมอล โลชั่น ควบคุมให้สารกันแดดคงอยู่ที่ชั้นผิว ไม่ซึมเข้าสู่ผิวหนังจนอาจเกิดอันตรายต่อเด็ก
  • ใช้งานง่ายด้วยบรรจุภัณฑ์แบบ “หัวปั๊ม” ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมปริมาณการใช้โลชั่นกันแดดได้คงที่และมีประสิทธิภาพสูงสุดทุกครั้งที่ทา
  • อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและสารกันเสียประเภท paraben ที่อาจระคายเคืองผิว
  • ปกป้องพร้อมมอบความชุ่มชื้นและบำรุงผิวด้วยส่วนผสมของ Panthenol, Glycerin, Aloe Vera, Vitamin E
  • สูตร Hypoallergenic และ Dermatologically Tested ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแล้วว่าอ่อนโยน ปลอดภัยสำหรับผิวบอบบางอย่างผิวเด็ก

รู้จัก Cetaphil Sun Kids เพิ่มเติม

[ อ่านต่อ ]

Comments

comments