วิธีเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ให้เหมาะกับผิวคุณ

มอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) คือชื่อเรียกรวม ๆ ของครีมบำรุงผิว โลชั่นบำรุงผิว หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใด ๆ ที่ทำหน้าที่เติมและรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวของคุณ ว่าแต่ทำไมต้องเติมและรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยล่ะ?

 

สาเหตุก็เพราะสุขภาพผิวขึ้นอยู่กับความชุ่มชื้นของผิวเป็นหลัก เรียกว่าผิวจะสุขภาพเป็นอย่างไร ก็ตัดสินกันที่ความชุ่มชื้นของผิวนี่แหละ เพราะความชุ่มชื้นจะช่วยเติมเต็มช่องว่างของเซลล์ผิว กระตุ้นให้กลไกการทำงานของผิวตามธรรมชาติทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และเร่งการผลิตเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่า ช่วยให้คุณมีสุขภาพผิวที่แข็งแรง ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น เนียนสวย กระจ่างใส แลดูอ่อนวัย โอ้ย สารพัดจะดีเลยล่ะ

แล้วควรใช้มอยส์เจอไรเซอร์แบบไหนดี?

 

สังเกตเหมือนกันไหมว่ามอยส์เจอไรเซอร์ (moisturizer) มีหลายชนิดเหลือเกิน (ตาลายแป๊บ) ทั้งครีมบำรุงผิว ทั้งโลชั่นบำรุงผิว ไหนจะมีแบบหลอด แบบกระปุก และอะไรอีกมากมาย ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าไม่มีมอยส์เจอไรเซอร์ตัวไหนที่ดีแบบครอบจักรวาล ครอบชนิดที่ว่าทาบำรุงได้ทุกผิวของทุกคนในโลกใบนี้ ฉะนั้นการจะดูแลผิวให้มีสุขภาพที่แข็งแรง คงจะเลือกครีมหรือโลชั่นแบบเดาสุ่มไม่ได้ แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผิวคุณนะ

1. เลือกแบบครีมบำรุงผิว

 

ครีมบำรุงผิว มักมีเนื้อที่เข้มข้นใน เพื่อให้ความชุ่มชื้นได้มากอย่างที่คุณต้องการ เหมาะเป็นที่สุดสำหรับการทาบำรุงหลังอาบน้ำก่อนนอน หรือทาระหว่างวันในวันที่อากาศแห้งมากจนผิวระคายเคือง และหากคุณชอบฟีลลิ่งความเนียนนุ่มน่าสัมผัสของผิวหลังทามอยส์เจอไรเซอร์แล้วล่ะก็ ครีมบำรุงคือมอยส์เจอไรเซอร์ที่คุณควรมีติดบ้าน ติดรถ ติดที่ทำงาน ติดมันทุกที่ที่คุณไปได้ยิ่งดี

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ควรเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เป็นเนื้อครีมเข้มข้น แต่ไม่หนักหรือเหนอะผิว เช่น Cetaphil Moisturizing Cream ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Emollients และ Humectants สารให้ความชุ่มชื้นที่มีความสามารถสูงในการนำความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว และสารปกป้องผิวที่สามารถป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวได้ดี

 

ช่วยคงความชุ่มชื้นของผิวไว้ได้นาน ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ใช้ได้แม้ผิวเป็นผื่นภูมิแพ้และผิวหนังอักเสบ เนื้อครีมสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม ไม่มีพาราเบนและลาโนลิน ไม่อุดตันรูขุมขน ไม่ก่อให้เกิดสิว ที่เด็ดกว่านั้นคือสามารถใช้ร่วมกับยารักษาสิวได้ผลดียิ่งขึ้น และเมื่อทาเป็นประจำทุกวัน สามารถช่วยให้ผิวกลับมามีสุขภาพดีขึ้นได้ใน 8 สัปดาห์

2. เลือกแบบโลชั่นบำรุงผิว

โลชั่นบำรุงผิว จะต่างจากครีมบำรุงผิวตรงที่เนื้อบางเบากว่า เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็วกว่า ให้ความรู้สึกผิวนุ่ม ๆ เบา ๆ ไม่เหนอะหนะหลังทา (แต่ไม่ได้หมายความว่าครีมจะต้องเหนอะหนะนะ เพราะหากเป็นสูตรที่พัฒนามาโอเค ก็จะไม่เหนอะหนะผิวหลังทา)

แม้ผิวธรรมดาหรือผิวมันจะมีความชุ่มชื้นในผิวเพียงพอแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่จำเป็นต้องทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว เพราะมลภาวะและสภาพแวดล้อมที่ต้องเจอในแต่ละวัน ทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้นได้ตลอดเวลา (ห้องแอร์นี่ตัวดีเลยล่ะ) ฉะนั้นผิวธรรมดาและผิวมันก็ต้องการการบำรุงเช่นกัน เพียงแต่มีเคล็ดลับเพิ่มเล็กน้อย คือเลือกใช้โลชั่นที่เนื้อบางเบาซึมซาบเร็ว เช่น Cetaphil DailyAdvance Ultra Hydration Lotion โดยใช้ปริมาณในการทาเพียงเล็กน้อย บีบโลชั่นออกมาประมาณเม็ดถั่วเขียวก็เพียงพอแล้ว ผิวมันน้อยก็ทามากหน่อย ผิวมันมาก ก็ทาน้อยหน่อย และเลือกทาบำรุงเพียงวันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้วล่ะ

หรือง่ายกว่านั้น

 

เลือกบำรุงผิวด้วยโลชั่นสูตรที่เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน เช่น Cetaphil Moisturizing Lotion โลชั่นบำรุงผิว สูตรอ่อนโยนที่ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้ผิวเนียนนุ่ม บำรุงพร้อมปกป้องผิวให้แข็งแรงด้วยคุณค่า Avocado Oil ที่เป็นแหล่งของวิตามิน A D และ E ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมีโปรตีนเลซิติน เบต้าแคโรทีน และกรดไขมันไม่อิ่มตัวจำเป็น  ช่วยให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ ลดเลือนจุดด่างดำและรอยแผลเป็น ผ่านการทดสอบแล้วว่าอ่อนโยน และปลอดภัย เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำทุกวัน จะผิวธรรมดาหรือผิวมันก็กด love ให้ขวดนี้

รู้จัก Cetaphil Moisturizers ที่เหมาะกับผิวคุณ
 >> เลือกซื้อเลย <<

 

Comments

comments